[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้

นั่งเล่นหลังสวน => สุขใจ ร้านน้ำชา => ข้อความที่เริ่มโดย: สุขใจ ข่าวสด ที่ 03 มีนาคม 2567 11:32:47



หัวข้อ: [ข่าวมาแรง] - งานวิจัยชี้นโยบายป่าไม้ในยุค คสช.และ BCG เป็นข้ออ้างแย่งยึดที่ดิน-ป่าของชุมชน
เริ่มหัวข้อโดย: สุขใจ ข่าวสด ที่ 03 มีนาคม 2567 11:32:47
งานวิจัยชี้นโยบายป่าไม้ในยุค คสช.และ BCG เป็นข้ออ้างแย่งยึดที่ดิน-ป่าของชุมชน
 


<span class="submitted-by">Submitted on Sun, 2024-03-03 10:24</span><div class="field field-name-body field-type-text-with-summary field-label-hidden"><div class="field-items"><div class="field-item even" property="content:encoded"><p>งานวิจัยโดยกลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลาย ระบุนโยบายป่าไม้ในยุค คสช.และโมเดลเศรษฐกิจ BCG เป็นข้ออ้างเพื่อปิดล้อมและแย่งยึดที่ดิน - พื้นที่ป่าของชุมชน ก่อให้เกิดสภาวะความยากจนฉับพลันและเรื้อรังข้ามรุ่น</p>
<p>https://live.staticflickr.com/65535/53564181171_d526b6b866_k_d.jpg</p>
<p>เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2567 กลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลายร่วมกับเครือข่ายภาคประชาสังคม ได้แก่ มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLaw) Protection International (PI) โครงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะด้านทรัพยากรแร่ (PPM) นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร และกรีนพีซ ประเทศไทย จัดเวทีเสวนา ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร  เพื่อนำเสนอข้อค้นพบจากรายงานวิจัย “การแย่งยึดที่ดินจากนโยบายป่าไม้ในยุคทหาร คสช. กับการผลิตซ้ำความจนเรื้อรัง กรณีป่าสงวนแห่งชาติดงหมู แปลง 2” <span style="color:#3498db;">[1]</span> และข้อเสนอนโยบายสาธารณะที่เป็นรูปธรรมต่อหน่วยงานของรัฐด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</p>
<p>กว่า 9 ปีที่ราษฎรในชุมชนคำป่าหลาย จ.มุกดาหาร รวมตัวกันในนามนักปกป้องสิทธิ์ “กลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคําป่าหลาย”เพื่อปกป้องที่ดินทำกินและทรัพยากรธรรมชาติจากการถูกแย่งยึดโดยนโยบายของรัฐนับจากนโยบายป่าไม้ในยุค คสช.โครงการเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินทรายเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้างมาจนถึงโครงการผลิตไฟฟ้าจากกังหันลมโดยอ้างนโยบายโมเดลเศรษฐกิจ BCG (เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy)</p>
<p>ข้อค้นพบหลักจากงานวิจัยรวมถึง ;</p>
<ul>
<li>นโยบายป่าไม้ในยุค คสช ที่อ้างว่าเป็นการทวงคืนผืนป่า คือวาทกรรมของรัฐบาล คสช. ในการ สร้างความชอบธรรมในการแย่งยึดที่ดินของราษฎรเพื่อเปลี่ยนที่ดินและพื้นที่ป่าไม้เป็นพื้นที่เชิงเศรษฐกิจ เปิดโอกาสให้ทุนเข้ามาเปลี่ยนทรัพยากรไปเป็นสินค้าหรือการทำให้ธรรมชาติกลายเป็นทุน (Capitalisation of nature) ไม่ว่าจะเป็นการใช้พื้นที่ป่าเพื่อทำเหมืองหินทรายอุตสาหกรรมและโครงการไฟฟ้าพลังงานลม เป็นต้น โดยใช้ความคลุมเครือของเอกสารสิทธิ์ กรณีพื้นที่ประกาศเขตป่าทับซ้อนที่ยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิสูจน์สิทธิ หรือกรณีพิพาทระหว่างรัฐและชุมชน และอำนาจกฏหมายตลอดจนการใช้ความรุนแรงมาบีบบังคับ แย่งยึดเอาที่ดินให้อยู่ภายใต้อำนาจของรัฐอย่างเบ็ดเสร็จ</li>
<li>นโยบายป่าไม้ในยุค คสช ไม่เพียงเป็นการแย่งยึดที่ดินทำกินแต่ยังเปลี่ยนชาวบ้านจากผู้บุกเบิก ผู้อยู่อาศัย และใช้ประโยชน์ให้กลายเป็น “นอมินี” หรือ ตัวแทนผู้กระทำการแทนนายทุนในการเข้าบุกรุกทำลายป่า เป็นการสร้างสำนวนโวหารใหม่ในการพรากที่ดินจากราษฎร และเพื่อซ่อนเร้นผลกระทบจากนโยบายดังกล่าวจากการรับรู้ของสาธารณะ โดยพบว่า ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายป่าไม้ในยุคคสช.เกือบทั้งหมดไม่ใช่นายทุนหรือผู้มีอิทธิพล เป็นเพียงเกษตรกร เป็นราษฎรที่พยายามดิ้นรนเพื่อให้หลุดพ้นจากความยากจนและต้องการจะมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม</li>
<li>นโยบายป่าไม้ในยุคคสช.สัมพันธ์กับ “ความยากจน” อย่างแนบแน่น ทั้งนี้ ข้ออ้างเพื่อนำที่ดินไปขจัดความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำให้กับเกษตรกรผู้ยากไร้นั้นเป็นเรื่องหลอกลวง งานวิจัยพบว่า การแย่งยึดที่ดินก่อให้เกิดสภาวะ “ความยากจนฉับพลัน” และนำไปสู่ภาวะ “ความยากจนเรื้อรัง” ในระยะต่อไป เนื่องจากที่ดินที่ถูกยึดไปเกือบทั้งหมดเป็นที่ดินทำกินและเครื่องมือในการสร้างตัวของครอบครัว การสูญเสียที่ดินเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนทำให้ราษฎรไม่อาจวางแผนรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทัน การอาศัยอำนาจกองทัพและบรรยากาศรัฐประหารมากดดันสร้างความหวาดกลัวจนราษฎรไม่กล้าต่อรอง และเรียกร้องการเยียวยาจากรัฐ เกิดวิฤตการเงินของครัวเรือนซึ่งเป็นผลจากการหายไปของรายได้ที่เคยได้จากผลผลิตทางการเกษตรบนที่ดินที่ถูกยึด รายได้ที่ลดลงอย่างฉับพลันนำไปสู่การเป็นหนี้เพิ่มโดยการกู้ยืมเงินทั้งจากสถาบันการเงินในระบบและ นอกระบบเพื่อใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคและบริโภคในชีวิตประจำวัน บางส่วนนำมาหมุนหนี้ ซึ่งเป็นการบริหารจัดการเงินที่มีความเสี่ยงสูง งานวิจัยยังพบว่า ครัวเรือนจำนวนไม่น้อยไม่มีศักยภาพในการใช้หนี้ได้ตามสัญญา เนื่องจากรายได้ที่หายไปเป็นเงินก้อนสำคัญที่ใช้ “หมุนหนี้” สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดภาวะ “ปัญหาหนี้ข้ามรุ่น” และ “ความยากจนข้ามรุ่น” จากการขาดศักยภาพในการพึ่งตนเองเนื่องจากกลายเป็นครัวเรือนไร้ที่ดิน  </li>
<li>โครงการไฟฟ้าพลังงานลมภายใต้ BCG Model กลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการแย่งยึดที่ดินและการเปลี่ยนทรัพยากรเป็นสินค้าผ่านกลไกทุนนิยมระดับ โลก การทำกังหันลมต้องถากถางพื้นที่ป่าเพื่อติดตั้งเสา 14 ต้น ใช้พื้นที่ต้นละ 6 ไร่รวมพื้นที่ 84 ไร่ จะมีการทำถนนเชื่อมต่อระหว่างเสาแต่ละต้นกว้าง 10 เมตรโดยแบ่งเป็นพื้นที่ถนน 8 เมตรไหล่ถนนฝั่งละ 1 เมตร ในส่วนของโรงไฟฟ้าซึ่งจะมีกำลังการผลิตที่ 80 เมกกะวัตต์จะใช้พื้นที่ราว 20 ไร่ <span style="color:#3498db;">[2]</span></li>
<li>กระบวนการแย่งยึดที่ดินที่อาศัยกระแสสิ่งแวดล้อมโลกไม่เพียงก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างประชาชนในประเทศเท่านั้น แต่ยังสร้างความไม่เท่าเทียมกันระหว่างกลุ่มประเทศศูนย์กลางอำนาจและกลุ่มประเทศชายขอบ การออกแบบให้ธรรมชาติกลายเป็นสินค้าในตลาดคาร์บอนเอื้อให้กลุ่มอุตสาหกรรม ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อไปได้ตราบเท่าที่จ่ายเงินชดเชยให้กับกลุ่มประเทศที่มีพื้นที่ป่าสมบูรณ์ ระบบคิดดังกล่าวก่อให้เกิดการขูดรีดธรรมชาติและผลักภาระให้ชุมชนท้องถิ่นในซีกโลกใต้ในสองลักษณะคือ (1) กีดกันและขับไล่ชุมชนท้องถิ่นออกจากทรัพยากรที่เคยพึ่งพิงและใช้ประโยชน์ เพื่อทำให้พื้นที่ป่ากลายเป็นพื้นที่บริสุทธิ์ มีศักยภาพในการดูดซับคาร์บอนได้อย่างเต็มที่ เป็นการทำลายดุลยภาพและความสัมพันธ์ระหว่างคนและระบบนิเวศธรรมชาติ และ (2) ขูดรีดศักยภาพของชุมชนในการพึ่งตนเอง การแย่งยึดเพื่อเปลี่ยนพื้นที่ป่าให้กลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ เปลี่ยนทรัพยากรให้เป็นสินค้าได้ทำลายศักยภาพในการพึ่งตนเองของชุมชนไปอย่างไม่สนใจใยดี</li>
</ul>
<p><strong>กิติมา ขุนทอง นักวิจัยโครงการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร </strong>กล่าวว่า “นโยบายทวงคืนผืนป่าได้สร้างความทุกข์จนทางเศรษฐกิจไปพร้อมกับความทุกข์ตรมทางอารมณ์แก่ชาวบ้านผู้ถูกแย่งยึดที่ดิน รัฐต้องรื้อถอนกรอบคิดเรื่องธรรมชาติเป็นพื้นที่บริสุทธิ์ โดยพิจารณาถึงความสัมพันธ์ระหว่างความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความหลากหลายทางชีวภาพ และตระหนักว่าความสัมพันธ์และการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติไม่ได้อยู่ในลักษณะคู่ตรงข้ามหรือมุ่งทำลายล้างทรัพยากรธรรมชาติแต่เพียงด้านเดียว”</p>
<p>ข้อเรียกร้องจากนักปกป้องสิทธิกลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลายมีดังนี้</p>
<ul>
<li>ยกเลิกแผนแม่บทแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้ 2557 รัฐต้องยอมรับว่าการปฏิบัติการนโยบายดังกล่าวไม่ได้วางอยู่บนหลักการอันชอบธรรมทางกฏหมายและสิทธิมนุษยชน รวมถึงข้อเท็จจริงในพื้นที่จนทำให้เกิดสถานการณ์แย่งยึดป่าไม้และที่ดิน ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพของราษฎรโดยเฉพาะเกิดความยากจน เกิดความทุกข์ทนเชิงสังคมและอารมณ์</li>
<li>ตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาและผลกระทบที่เกิดจากนโยบายป่าไม้ในยุค คสช เพื่อแก้ไขปัญหา และเยียวยาในระดับจังหวัดและระดับประเทศ พร้อมให้ดำเนินการสำรวจรังวัดแนวเขตใหม่โดยใช้ความเป็นธรรมทางกฏหมายและข้อเท็จจริงในพื้นที่ ให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบมีสิทธิพิสูจน์สิทธิการใช้ประโยชน์ แนวทางการแก้ไขปัญหาไม่ควรถูกบีบให้แคบอยู่ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งในการแย่งยึดที่ดินของประชาชน</li>
<li>เปิดให้ประชาชนเสนอแนวทางการจัดการที่ดินตามบริบทของพื้นที่และสอดคล้องกับการใช้ที่ดินเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ในระหว่างแก้ไขปัญหา (1) ให้คืนสิทธิและยกเลิกคดี ให้สามารถเข้าใช้ประโยชน์ได้อย่างไม่ต้องวิตกกังวลเรื่องความปลอดภัยทางกฏหมาย (2) คืนเอกสารสิทธิประชาชน (สปก. 4-01) ที่รัฐริบไป</li>
<li>ตั้ง “กองทุนฟื้นฟูและเยียวยา” ประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน ตั้งแต่ระยะสั้นจนถึงระยะยาว และการเยียวยาโดยครอบคลุมทุกมิติโดยเฉพาะการสูญเสียรายได้ รวมทั้งต้องนับรวมต้นทุนการต่อสู้เพื่อทวงคืนสิทธิเป็นส่วนหนึ่งของผลกระทบ</li>
<li>รัฐต้องยอมรับว่าการใช้กลไกตลาดมาเป็นเครื่องมือเชื่อมโยงระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติกับการแสวงประโยชน์จากพื้นป่าและทรัพยากรธรรมชาตินั้นไปด้วยกันไม่ได้ รังแต่จะก่อให้เกิดการแย่งชิงและกีดกันชุมชนออกจากทรัพยากรที่พึ่งพิงและใช้ประโยชน์ ผลักภาระให้ธรรมชาติและราษฎรต้องแบกรับแทนภาคการผลิตอุตสาหกรรมอย่างไม่ยุติธรรม ท้ายที่สุดจะนำไปสู่การถ่างกว้างของปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ</li>
<li>รัฐต้องยุติการข่มขู่ คุกคาม และปกป้องคุ้มครองผู้หญิงและนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ที่ลุกขึ้นมายืนหยัดถึงสิทธิในที่ดิน สิทธิในทรัพยากรและสิทธิชุมชน</li>
</ul>
<p><img alt="" src="https://live.staticflickr.com/65535/53563322412_9e6042321c_k_d.jpg" /></p>
<p>ทั้งนี้เครือข่ายภาคประชาสังคม ฯ ได้จัดแสดงนิทรรศการ “BCG แย่งยึดอะไรที่คำป่าหลาย  นโยบายฟอกเขียวในนามความยั่งยืนหรือการแย่งยึดแผ่นดินราษฎร” สะท้อนเรื่องราววิถีชีวิต และผลกระทบจากนโยบายของภาครัฐที่มีต่อราษฎรกลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลายตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน  เปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถเยี่ยมชมนิทรรศการได้ที่ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) วันที่ 27 ก.พ. - 10 มี.ค. 2567 เวลา 10.00-20.00 น.</p>
<p><strong>หมายเหตุ</strong>
<span style="color:#3498db;">[1] </span><span style="color:#3498db;">สรุปรายงานวิจัย “การแย่งยึดที่ดินจากนโยบายป่าไม้ในยุคทหาร คสช. กับการผลิตซ้ำความจนเรื้อรัง กรณีป่าสงวนแห่งชาติดงหมู แปลง 2”</span> (https://act.gp/kahampalai-summary-report)<span style="color:#3498db;">
[2] </span><span style="color:#3498db;">เอกสารสรุปข้อมูลโครงการผลิตไฟฟ้าจากกังหันลม</span> (https://act.gp/khampalai-wind-turbine-project)</p>
</div></div></div><div class="field field-name-field-variety field-type-taxonomy-term-reference field-label-hidden"><div class="field-items"><div class="field-item even"><a href="/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7" typeof="skos:Concept" property="rdfs:label skos:prefLabel" datatype="">ข่าว[/url]</div></div></div><div class="field field-name-field-category field-type-taxonomy-term-reference field-label-hidden"><div class="field-items"><div class="field-item even"><a href="/category/%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88" typeof="skos:Concept" property="rdfs:label skos:prefLabel" datatype="">เศรษฐกิจ[/url]</div><div class="field-item odd"><a href="/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1" typeof="skos:Concept" property="rdfs:label skos:prefLabel" datatype="">สังคม[/url]</div><div class="field-item even"><a href="/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99" typeof="skos:Concept" property="rdfs:label skos:prefLabel" datatype="">สิทธิมนุษยชน[/url]</div><div class="field-item odd"><a href="/category/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95" typeof="skos:Concept" property="rdfs:label skos:prefLabel" datatype="">คุณภาพชีวิต[/url]</div><div class="field-item even"><a href="/category/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1" typeof="skos:Concept" property="rdfs:label skos:prefLabel" datatype="">สิ่งแวดล้อม[/url]</div></div></div><div class="field field-name-field-tags field-type-taxonomy-term-reference field-label-hidden"><div class="field-items"><div class="field-item even"><a href="/category/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B8%8B-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2" typeof="skos:Concept" property="rdfs:label skos:prefLabel" datatype="">กรีนพีซ ประเทศไทย[/url]</div><div class="field-item odd"><a href="/category/%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89" typeof="skos:Concept" property="rdfs:label skos:prefLabel" datatype="">ป่าไม้[/url]</div><div class="field-item even"><a href="/category/%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99" typeof="skos:Concept" property="rdfs:label skos:prefLabel" datatype="">ที่ดิน[/url]</div><div class="field-item odd"><a href="/category/bcg" typeof="skos:Concept" property="rdfs:label skos:prefLabel" datatype="">BCG[/url]</div><div class="field-item even"><a href="/category/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2" typeof="skos:Concept" property="rdfs:label skos:prefLabel" datatype="">กลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลาย[/url]</div><div class="field-item odd"><a href="/category/%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9" typeof="skos:Concept" property="rdfs:label skos:prefLabel" datatype="">ป่าสงวนแห่งชาติดงหมู[/url]</div></div></div><div class="field field-name-field-promote-end field-type-text field-label-hidden"><div class="field-items"><div class="field-item even">ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai : ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai : LINE ไอดี = @prachatai</div></div></div>
 

https://prachatai.com/journal/2024/03/108285