[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
01 พฤศจิกายน 2567 08:21:30 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: พระเจ้า ๕๐๐ ชาติ เรื่องที่ ๑๘๗ มหาปทุมชาดก : มหาปทุมกุมาร  (อ่าน 85 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 5731


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows NT 10.0 Windows NT 10.0
เวบเบราเซอร์:
Chrome 124.0.0.0 Chrome 124.0.0.0


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 20 พฤษภาคม 2567 17:02:03 »




พระเจ้า ๕๐๐ ชาติ เรื่องที่ ๑๘๗ มหาปทุมชาดก
มหาปทุมกุมาร

          ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในพระนครพาราณสี พระโพธิสัตว์เกิดในครรภ์พระอัครมเหสีของพระเจ้าพรหมทัต พระนามว่า ปทุมกุมาร ครั้นเจริญวัยแล้วไปเรียนศิลปวิทยาทั้งปวงสำเร็จแล้วกลับมา
          ในเวลาต่อมาพระชนนีของพระองค์ก็สิ้นพระชนม์ พระราชาก็ได้แต่งตั้งหญิงอื่นเป็นอัครมเหสี แล้วพระราชทานตำแหน่งอุปราชแก่พระโอรส ขณะนั้นพระราชาเสด็จไปปราบปัจจันตประเทศ ทรงรับสั่งกะพระอัครมเหสีว่า “น้องรัก! เธอจงอยู่รอพี่อยู่ที่นี่จนกว่าพี่จะกลับมา”
          “หม่อมฉันจะไม่อยู่ที่นี่ จะขอโดยเสด็จด้วย”
          “เธอจงอย่ากระวนกระวาย อยู่ที่นี่จนกว่าพี่จะมา พี่จะสั่งให้ปทุมกุมารมิให้ลืมกิจการที่ควรกระทำแก่เธอ” แล้วก็ทรงกระทำตามที่ตรัส
          พระราชาเสด็จไปขับไล่ปัจจามิตร ทำชนบทให้สงบราบคาบ แล้วเสด็จกลับมาตั้งค่ายพักอยู่นอกพระนคร ปทุมกุมารทราบว่าพระชนกเสด็จมา จึงเตรียมพิธีต้อนรับ แล้วไปที่ตำหนักพระอัครมเหสีแต่เพียงผู้เดียว พระอัครมเหสีเมื่อเห็นปทุมกุมารก็เกิดหลงรัก
          เมื่อปทุมกุมารถวายบังคมแล้วก็ทูลถามพระนางว่า “พระแม่เจ้าประสงค์สิ่งใด หม่อมฉันจะทำถวายให้”
          ทันใดนั้นพระนางลุกขึ้นจูงมือปทุมกุมารตรัสว่า “เธอจงขึ้นบนพระแท่นที่บรรทมเถิด เราทั้งสองจักรื่นรมย์ด้วยความยินดีในกิเลสชั่วเวลาที่พระราชายังไม่เสด็จมา”
           “ข้าแต่พระแม่เจ้า เสด็จแม่เป็นแม่ของหม่อมฉัน ยังมีพระสวามีอยู่ด้วย ขึ้นชื่อว่าหญิงที่มีผู้หวงแหน หม่อมฉันไม่เคยทำลายอินทรีย์แลดูด้วยอำนาจกิเลสเลย หม่อมฉันจะทำกรรมที่เศร้าหมองถึงเพียงนี้กับพระนางอย่างไรได้”
          นางตรัสถึง ๓ ครั้ง ปทุมกุมารไม่ปรารถนา แล้วทูลถามอีกครั้งว่า “เจ้าจะไม่ทำตามที่เราขอหรือ”
          “หม่อมฉันทำไม่ได้”
          “ถ้าเช่นนั้นเราจะกราบทูลเรื่องนี้แด่พระราชา แล้วให้ตัดศีรษะของท่านเสีย”
          “จงทำตามชอบของพระแม่เจ้าเถิด” แล้วเดินหลีกออกไป ไม่สนใจถ้อยคำของพระนาง
          พระนางรู้สึกวิตกกังวลใจว่าปทุมกุมารจะนำความไปทูลพระราชา ถ้าเป็นเช่นนั้นนางคงไม่รอดแน่ พระนางจึงคิดว่าจะไม่เสวยกระยาหาร นุ่งห่มผ้าเศร้าหมอง แสดงรอยเล็บที่สรีระ แล้วเรียกหญิงสาวใช้มาให้สัญญาว่า ถ้าพระราชาตรัสถามว่าพระเทวีเสด็จไปไหน ท่านทั้งหลายจงทูลว่าเป็นไข้
          เมื่อพระราชาเสด็จกลับมาจึงตรัสถามว่า “พระเทวีไปไหน” ทรงสดับว่าเป็นไข้
          จึงเสด็จเข้าห้องบรรทมถามพระนางว่าไม่สบายหรืออยู่ ๒ ครั้ง ๒ ครา พระนางก็ไม่ตอบ พระราชาตรัสถามซ้ำอีก พระนางจึงทูลความเท็จว่า “บรรดาหญิงที่มีสามีแล้วไม่มีใครเป็นเหมือนหม่อมฉัน พระองค์ทรงแต่งตั้งใครรักษาพระนครแล้วเสด็จไป”
          “ตั้งเจ้าปทุมกุมารโอรสของเรา” พระราชาตอบ
          พระนางทูลความเท็จต่อไปอีกว่า “ปทุมกุมารมายังที่ห้องของหม่อมฉัน แม้หม่อมฉันจะกล่าวว่า แน่ะ พ่อเจ้าอย่าทำอย่างนี้ ฉันเป็นแม่ของเจ้า แต่ปทุมกุมารกล่าวว่า นอกจากเรา คนอื่นชื่อว่าเป็นพระราชาไม่มี เราจะรื่นรมย์ด้วยกันความยินดีแห่งกิเลส แล้วจับมวยผมหม่อมฉันทิ้งไปมา ถ้าไม่ทำตามคำขอก็ทุบตี”
          พระราชาไม่ทรงพิจารณาก่อน สั่งให้ทหารไปจับปทุมกุมารมามัดไว้ ด้วยทรงพระพิโรธ
          เมื่อปทุมกุมารถูกมัดมือไพล่หลัง เอาโซ่คล้องคอ กระทำราวนักโทษประหาร ทุบตีพลาง ลากจูงไปพลาง เขาก็คิดได้ว่านี่เป็นการกระทำของเทวี จึงเดินบ่นว่า “เราไม่ได้ประทุษร้ายพระราชา เราไม่ผิด”
          ชาวเมืองพากันร่ำไห้คร่ำครวญเมื่อรู้ว่าพระราชารับสั่งให้ฆ่าพระมหาปทุมกุมาร
          ขณะนั้นพวกทหารนำพระกุมารไปให้แด่พระราชา พระราชาทอดพระเนตรแล้วไม่อาจข่มพิโรธได้ จึงรับสั่งว่า “กุมารนี้ไม่ใช่พระราชาเลย ทำท่าทีเป็นพระราชา เป็นโอรสของเราทำผิดในพระอัครมเหสี พวกท่านจงจับกุมารนี้ทิ้งในเหวให้ถึงความพินาศเสีย”
          ปทุมกุมารอ้อนวอนร้องขอชีวิตแก่พระชนก และยังขอพระองค์อย่าได้เชื่อคำของผู้หญิง จะทำให้พระองค์พินาศ แต่พระราชาไม่ทรงฟังคำขอนั้น
          พวกผู้ใหญ่ทั้งหมดมีกษัตริย์มหาศาล อำมาตย์ราชเสวก อีกทั้งนางสนมนับหมื่นคน กราบทูลขอชีวิตพระโอรส และขอพระองค์อย่าได้เชื่อคำของผู้หญิง ไม่ทรงพิจารณาก่อนวิสัยพระราชา ต้องใคร่ครวญก่อนจึงกระทำ
          แม้อำมาตย์ราชเสวกทั้งหลาย จะพากันกราบทูลด้วยเหตุต่างๆ ก็ไม่อาจให้พระราชาเชื่อถ้อยคำของตนได้ ฝ่ายพระราชาทรงบังคับให้อำมาตย์จับปทุมกุมารนั้นทื้งลงในเหว
          เมื่อพระราชามีพระราชโองการอย่างนี้แล้ว นางสนมต่างร่ำไห้คร่ำครวญ ชาวพระนครทั้งสิ้นพากันรำพันถึงพระมหาปทุมกุมาร เมื่อมหาชนคร่ำครวญอยู่นั้น พระราชาจึงรับสั่งจับปทุมกุมารเอาพระบาทขึ้นเบื้องบน เอาพระเศียรลงเบื้องล่าง แล้วให้โยนไปในเหว
          ทันใดนั้นด้วยอานุภาพเมตตาภาวนาของปทุมกุมาร เทวดาที่สถิต ณ ภูเขา ได้รองรับพระกุมารไว้แล้วพาไปประทับ ณ เชิงเขาที่อยู่ของพญานาค  พญานาคได้พาไปสู่นาคพิภพ แบ่งสมบัติของตนให้ครึ่งหนึ่ง ปทุมกุมารอยู่นาคพิภพได้หนึ่งปีก็กลับมาแดนมนุษย์
          เมื่อถึงแดนมนุษย์ เข้าป่าหิมพานต์ บวชเป็นฤๅษี ยังฌานและอภิญญาให้เกิด มีผลไม้เป็นอาหาร อาศัยอยู่ที่นั่น
          ครั้งนั้น นายพรานชาวเมืองพาราณสีคนหนึ่งไปถึงที่นั่น จำปทุมกุมารได้ จึงไต่ถามพระฤๅษีว่า “ท่านคือมหาปทุมกุมารมิใช่หรือ”
          พระฤๅษีตอบ “ถูกแล้ว สหาย”
          นายพรานได้นมัสการ แล้วอยู่ที่นั่นสองสามวันแล้วกลับไปยังเมืองพาราณสี เข้าเฝ้ากราบทูลพระราชา พระราชาทรงทราบเรื่องแล้ว ทรงรับสั่งว่าจะเสด็จไป ณ ที่นั้น แวดล้อมไปด้วยอำมาตย์ ตั้งค่ายพักพลอยู่ที่ชายป่า เสด็จไปบรรณศาลา ทอดพระเนตรเห็นพระฤๅษีก็เสด็จเข้าไปไหว้ ประทับนั่งแล้วก็ได้สนทนากัน
          พระราชาตรัสถามพระฤาษีว่า “ทำไมยังมีชีวิตอยู่ ทั้งที่ถูกโยนลงเหวมาแล้ว”
          เมื่อพระฤๅษีทูลว่า “มีพญานาคช่วยเอาไว้”
          จึงตรัสชักชวนให้กลับพระราชวัง แต่ฤาษีปฏิเสธ จึงทูลว่า “บุรุษกลืนกินเบ็ดแล้วปลดเบ็ดที่เปื้อนโลหิตออกได้แล้ว พึงมีความสุขฉันใด อาตมภาพมองเห็นด้วยตนเอง ฉันนั้น”
          เจ้ากล่าวอะไรหนอว่าเป็นเบ็ด เจ้ากล่าวอะไรหนอว่าเบ็ดเปื้อนโลหิต เจ้ากล่าวอะไรหนอว่าปลดออกได้  เราถามเล้ว ขอเจ้าจงบอกความข้อนั้นแก่เรา”
          ฤๅษีทูลว่า “มหาบพิตร อาตมภาพกล่าวกามคุณว่าเป็นเบ็ด กล่าวช้างและม้าว่าติดเปื้อนโลหิต กล่าวถึงการสละได้ว่าปลดออกได้ ขอมหาบพิตรจงทราบอย่างนี้เถิด”
   

นิทานชาดกเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
“พระราชา ผู้นำ ต้องทรงธรรม ประเทศและประชาชน จึงจะร่มเย็นเป็นสุขและสร้างสรรค์”

พุทธศาสนสุภาษิตประจำเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
อกฺโกธนสฺส  วิชิเต  ฐิตธมฺมสฺส  ราชิโน
สุขํ  มนุสฺสา  อาเสถ  สีตจฺฉายาย  สํฆเร

ในแว่นแคว้นของราชาผู้มีเมตตา  มีธรรมมั่นคง ประชาชนจะนอนเป็นสุข
เหมือนนอนอยู่ในบ้านของตัว ในร่มเงาอันเย็นสบาย (๒๘/๕๐)

ที่มา : นิทานชาดกจากพระไตรปิฎก : พระเจ้า ๕๐๐ ชาติ ฉบับสมบูรณ์ จัดพิมพ์เผยแพร่ธรรมโดยธรรมสภา สถาบันบันลือธรรม

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน


หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้
หัวข้อ เริ่มโดย ตอบ อ่าน กระทู้ล่าสุด
พระเจ้า ๕๐๐ ชาติ เรื่องที่ เรื่องที่ ๑๙ เภริวาสชาดก : ช่างตีกลองกับบุตรชาย
ชาดก พระเจ้า 500 ชาติ
Kimleng 0 1053 กระทู้ล่าสุด 15 กรกฎาคม 2563 20:06:56
โดย Kimleng
พระเจ้า ๕๐๐ ชาติ เรื่องที่ เรื่องที่ ๒๐ วัณณุปถชาดก : ความเพียรของพ่อค้า
ชาดก พระเจ้า 500 ชาติ
Kimleng 0 1863 กระทู้ล่าสุด 15 กรกฎาคม 2563 20:09:53
โดย Kimleng
พระเจ้า ๕๐๐ ชาติ เรื่องที่ เรื่องที่ ๓๙ เจติยราชชาดก : พระเจ้าเจติยราช
ชาดก พระเจ้า 500 ชาติ
Kimleng 0 994 กระทู้ล่าสุด 05 พฤศจิกายน 2563 20:50:13
โดย Kimleng
พระเจ้า ๕๐๐ ชาติ เรื่องที่ เรื่องที่ ๔๐ กายนิพพินทชาดก : ชายขี้โรคบวชไม่สึก
ชาดก พระเจ้า 500 ชาติ
Kimleng 0 852 กระทู้ล่าสุด 06 กุมภาพันธ์ 2564 19:55:41
โดย Kimleng
พระเจ้า ๕๐๐ ชาติ เรื่องที่ เรื่องที่ ๔๑ กัสสปมันติยชาดก : บิดาชรากับบุตรน้อย
ชาดก พระเจ้า 500 ชาติ
Kimleng 0 938 กระทู้ล่าสุด 06 กุมภาพันธ์ 2564 19:58:21
โดย Kimleng
Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.422 วินาที กับ 35 คำสั่ง

Google visited last this page 28 ตุลาคม 2567 16:41:15